นักเทรดกับเกมส์แข่งรถ

เกมส์แข่งรถกับนักเทรด

 

ช่วงใกล้ๆ ปีใหม่ของทุกปีอย่างนี้ก็จะเป็นเหมือนวันหยุดของนักเทรด (อย่าถามว่าทำไม ^ ^' เพราะผมเองก็ไม่รู้แต่ก็ทำกันจนเหมือนเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว) จึงเป็นเหมือนช่วงพักผ่อน ก็เลยรื้อๆ ค้นๆ เกมที่ซื้อเอาไว้แต่ไม่เคยหยิบมาเล่นเลย ได้มาแผ่นหนึ่งเป็นเกมรถแข่งของค่ายดัง ชื่อเกม Need For Speed หลายคนคงเคยเล่น แต่ยอมรับว่าผมไม่ถนัดเกมพวกนี้เลย เห็นเด็กๆ เค้าเล่นกันก็อยากจะลองเล่นดูบ้าง ดูแล้วก็น่าจะสนุก ก็เลยเอามาลองเล่น ก็สนุกดีครับ เล่นในโหมดอาชีพซึ่งผู้เล่นจะต้องไต่เต้าจากชั้นปลายแถว ขึ้นไปสู่นักแข่งแนวหน้าของเมืองให้ได้ ตัวเกมจะมีสนามแข่งให้เราเข้าไปร่วมแข่งขันเข้าไปเก็บเงินรางวัล จากสนามง่าย กลาง และยาก ซึ่งผู้เล่นจะต้องผ่านและเป็นอันดับหนึ่งในแต่ละสนามให้ได้ทั้งหมด จึงจะเลื่อนขั้นไปสู่เมืองที่ใหญ่ขึ้นไป

ในเมืองแรก สนามระดับ Easy มีอยู่สองสนาม แต่ละสนามผมเล่นซ้ำราวๆ 4-5 ครั้งก็วินเป็นอันดับหนึ่งได้ไม่ยาก....แล้วก็เคลียร์เกมในระดับสนาม Easy ผ่าน จนมาถึงสนามระดับ Medium (ระดับกลาง) ปัญหามันอยู่ตรงนี้ล่ะครับ.....

ในสนามระดับกลางสนามแรกนี้ มีทั้งโค้งหักศอก (แหกโค้ง) มีทั้งต้องวิ่งใต้ทางด่วนซึ่งถ้าทำความเร็วสูงๆ จะบังคับรถยากมากและจบด้วยการชนเสาตอม่อ และมีมุมตึกมุมเสาสะพานที่เป็นอุปสรรคต่อความเร็วเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นขอบทางบางช่วงยังเป็นเศษอิฐเศษดินซึ่งถ้าหลุดลงไปรถก็จะไถลทันที เรียกว่าอุปสรรคมาแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียวครับ

ในระดับกลางนี้ผมเล่นซ้ำน่าจะไม่ต่ำกว่า 20 รอบ เรียกว่าเล่นอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะแซงคันที่ห่วยที่สุดของบรรดาคู่แข่งได้ ผมทั้งเครียดทั้งโมโห อยากเอาชนะ อยากเป็นอันดับหนึ่ง ตะบี้ตะบันเหยียบคันเร่ง ไม่มีคำว่าชะลอหรือเบรค ชนมันแหลกไม่ว่าอะไรขวางหน้า แต่ก็... อย่าว่าแต่ไฟท้ายของอันดับหนึ่งเลยครับ แม้แต่เงาไฟท้ายของคันสุดท้ายผมก็ไม่เห็น ณ จุดนี้ก็แทบจะเขวี้ยงจอยสติกส์ในมือทิ้ง (ถ้าไม่ติดว่าจอยส์ฯ ของเครื่อง X-Box ราคาเกือบสองพันบาทน่ะนะแหม) … สรุปต้องหยุดเล่นครับ ไม่เช่นนั้นเส้นเลือดในสมองคงจะระเบิดเป็นแน่แท้

เป็นอันว่าหยุดไปหนึ่งวัน แล้ววันต่อมาผมก็ใจเย็นมานั่งเล่นต่อ วันนี้อารมณ์ดีครับแพ้ก็เล่นใหม่ สิบกว่ารอบก็ยังใจเย็น ไม่เป็นไรแพ้ก็เล่นใหม่ได้ จำไม่ได้ว่าวันที่สองนี้ผมเล่นไปกี่รอบ (น่าจะไม่ต่ำกว่า 50 รอบ) ผมเริ่มแซงคันบ๊วยสุดของขบวน จบรอบด้วยอันดับรองบ๊วย แล้วก็ไต่อันดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จากอันดับ 8 สูงขึ้นมาเป็น 7 ทุกรอบๆ ของการเล่นใหม่ผมเริ่มทำอันดับดีขึ้นมา มาเป็น 6……5…..4….3 และแล้วผมก็มองเห็นไฟท้ายของอันดับหนึ่ง และในไม่ช้าผมจะต้องขึ้นเป็นอันดับหนึ่งชนะในสนามแข่งนี้เพื่อที่จะไต่เป็นอันดับหนึ่งของเมืองนี้ให้ได้ในอนาคต

จากเหตุการณ์นี้ให้อะไรกับเราบ้าง? เกิดอะไรขึ้นในช่วงแรกเมื่อผมเข้ามาเล่นเกมส์นี้?

  • ในช่วงแรกที่ผมเข้ามาเล่นเกมส์นั้น ผมมีความคุ้นเคยกับสนามแข่งน้อยมาก รวมถึงทักษะการควบคุมรถก็ห่วยแตก แต่ความคาดหวังของผมคือ อันดับหนึ่ง อันดับหนึ่ง และอันดับหนึ่ง … มันก็เหมือนกับที่ผมเริ่มเข้ามาสู่เกมการลงทุนไม่ผิดเพี้ยนกันเลย ความรู้ไม่มี (ถึงมีก็น้อยมาก) ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรม สภาพ นิสัย พฤติกรรมของตลาด เหมือนกับที่ผมไม่มีความเคยชินและตื้นลึกหนาบางของสนามแข่งรถ แต่ความคาดหวังของผมกลับยิ่งใหญ่และเกินตัว นั่นคือ เงิน เงิน เงิน รวย รวย รวย และรวยมากๆ ผมตะบี้ตะบันซื้อขาย เหมือนกับที่ผมตะบี้ตะบันเหยียบคันเร่งในเกมส์ยังไงยังงั้น สุดท้ายก็เจ๊งน่ะสิครับ (โชคดีที่ขับรถในเกมส์ ชนเสาตอม่อด้วยความเร็ว 200 km/h ไม่ตาย ลุกขึ้นมาแข่งต่อได้ ฮา)
  • ผมผ่านช่วงแรกของการแข่งขันมาด้วยความสะบักสะบอม โกรธแค้น เครียด ตีอกชกตัว แล้วก็หยุดไปพักสติอารมณ์ วันรุ่งขึ้นใจเย็นมานั่งกดใหม่ แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ พัฒนาไปในทางที่ดี มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? คำถามนี้ไม่ยากเลยครับ เมื่อคุณทำอะไรสักอย่างหนึ่งโดยให้เวลากับมันนานพอ คุณจะเกิดความรู้และทักษะ ในสนามระดับกลางนี้ผมเล่นมันซ้ำๆ ไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง สิ่งที่ผมได้มาโดยไม่รู้สึกตัวก็คือ


     อย่างแรก ผมจดจำรายละเอียดของสนามแข่งนี้ได้แทบจะทุกรายละเอียด องศาของโค้งทุกโค้ง เสาตอม่อทุกต้น มุมตึก เหลี่ยมเสา หลุมบ่อทุกจุด ผมจำได้หมด มันก็เหมือนกับการลงทุน เราลงทุนไปเรื่อยๆ เราก็จะจดจำรูปแบบของตลาดในแบบต่างๆ ได้เพิ่มมากขึ้น และคุ้นเคยกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ เวลาตลาดเคลื่อนไหวคุณแทบจะบอกได้ทันทีเลยว่าต่อไปมันจะยังไงต่อ ฟอร์มตัวอย่างไร Indicator จะชี้วัดอะไรอย่างไรบ้าง นอกจากนั้นคุณจะยังสามารถบอกถึงระดับของความเสี่ยงจากสภาพตลาดในแต่ละแบบได้อย่างแม่นยำเสียด้วย เช่นในเกมส์แข่งรถ ผมจะบอกได้ว่าอีกกี่เมตรจะถึงโค้งหักศอก (จุดอันตราย) สิ่งที่ผมทำคือลดความเร็ว แล้ววางกลยุทธิ์ว่าผมจะเข้าโค้งอย่างไร ใช้เทคนิคอะไร จะทำ Over Steer หรือว่าจะถ่างวงเลี้ยวให้กว้างขึ้น (ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ เวลานั้น) ตลาดช่วงที่มีความเสี่ยงสูงๆ นักลงทุนก็ต้องวางแผนการลงทุนสำหรับรองรับแรงกระแทกอันเกิดจากความเสี่ยงในอนาคตไม่ผิดเพี้ยนกัน

    อีกประการคือ ทักษะการควบคุมรถ ผมชำนาญขึ้นทุกครั้งที่ผมพ่ายแพ้และกลับเข้าสู่สนามแข่งอีกครั้ง ผมจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ แต่ผมขับรถเก่งขึ้น ผมสามารถทำ Over Steer เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้ ผมสามารถควบคุมพวงมาลัยหลบหลีกเสาตอม่อ และรถของคู่แข่งได้ และอื่นๆ อีกมากมาย …. ในเกมการลงทุนถ้าคุณอยู่กับมันและให้เวลากับตัวเองมากพอ คุณจะพบว่าทักษะการลงทุนของคุณจะพัฒนาโดยไม่รู้ตัว คุณอาจจบด้วยการขาดทุน จบด้วยความเครียดและท้อแท้ แต่เชื่อผมเถอะครับ สิ่งที่คุณได้กลับมามีค่ามหาศาลกว่าเงินที่สูญเสียไปอย่างชนิดที่เทียบกันไม่ได้ คุณได้ทักษะการลงทุน ได้ความชำนาญในการลงทุน ผมว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถประเมินมูลค่าออกมาเป็นตัวเงินได้ ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งจะเห็นว่านักลงทุนนักธุรกิจอาชีพมากมายล้มลง จากทรัพย์สินร้อยล้านพันล้านกลายเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ไม่นานพวกเขาก็กลับมาผงาดขึ้นมาในวงการการลงทุนและธุรกิจได้อีกครั้ง ไม่แปลกครับตราบที่พวกเขามีทักษะในการลงทุน ไม่ว่าจะล้มกี่ครั้งพวกเขาก็จะสามารกลับมามีทรัพย์สินเท่าเดิมและมากขึ้นกว่าเดิมได้ทุกครั้ง

สิ่งที่ผมอยากบอกพวกเรานักลงทุน นักเทรดทุกคนก็คือ จงให้เวลากับสิ่งที่คุณทำมากพอ โดยเฉพาะเกมการลงทุน ในช่วงแรกคุณอาจขาดทุนจนรู้สึกว่าความฝันจะไม่มีวันเป็นจริง แต่ขอให้คุณระลึกไว้เสมอครับว่า นี่คือขั้นตอนที่ทุกคนต้องผ่าน ผมเองหรือแม้แต่ใครต่อใครก็ผ่านจุดนี้มา ในช่วงของการลงทุนปีแรกๆ ผมลงทุนจนเงินไม่เหลือติดตัวสักสตางค์แดงเดียว แต่ผมลุกขึ้นสู้กับมัน เหมือนกับที่ผมเล่นเกมแข่งรถซ้ำๆ กันร้อยกว่ารอบ ทุกครั้งที่ผมล้ม ทุกครั้งที่ผมเริ่มใหม่ ผมจดจำทุกรายละเอียด และเหนืออื่นใดทักษะผมเพิ่มพูนมากขึ้น... ถ้าวันนี้นักลงทุนท่านใดยังขาดทุนอยู่ ผมอยากบอกว่าคุณมาถูกทางแล้ว เพราะหนทางสู่นักลงทุนอาชีพมีด่านแรกเป็น "ขาดทุน" ครับ ไม่ใช่กำไร.....

Advance - Elliott Wave .com