ความง่ายกับความซับซ้อน

 

สมัยก่อนผมหงุดหงิดกับรายการทีวีหรือโฆษณาที่ดูแล้วไม่รู้เรื่อง ต่อมาเพื่อนที่ทำงานด้านนี้บอกว่า ถ้าเราดูไม่รู้เรื่องแปลว่าเราอาจไม่ใช่ "กลุ่มเป้าหมาย" ของเขา เหมือนกับที่ผู้ชายไม่เข้าใจว่ากระเป๋าใบละหมื่นของสาวๆมันดีอย่างไร หรือสาวๆที่ไม่เข้าใจว่าเกมฟุตบอลมันจะหยุดโลกได้ยังไงนั่นล่ะ....

หนังสือบางเล่มเราอ่านแล้วไม่เข้าใจ มันอาจหมายถึงเรายังไม่ถึงจุด หรือจำเป็นที่จะต้องเข้าใจมันในตอนนี้ นักลงทุนระดับโลกบางคนพูดอะไรให้ฟังงงๆ ผมเคยคิดเช่นนั้น "ทำไมต้องพูดให้มันฟังยากด้วย" ต่อมาจึงเข้าใจว่าเรายังไม่ใช่ "กลุ่มเป้าหมาย" ของ "สาส์น" ที่พวกเขาต้องการจะส่งถึง ... เราคาดหวังให้ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" อธิบายสิ่งที่เขาค้นพบให้ทุกคนเข้าใจ ซึ่งเขาทำได้เพียงการอธิบายเชิงเปรียบเทียบถึงสิ่งที่เขาค้นพบต่อสาธารณะชนเท่านั้น แต่หากใครต้องการที่จะศึกษาวิธีทำก็ต้องอดทนฟังสิ่งที่มันยุ่งยาก ซับซ้อนและใช้เวลาหลายปี .....

ตอนผมเข้ามาลงทุนใหม่ๆ ผมเคยเชื่อว่า Basic ดีที่สุด ระบบง่ายๆ คิดง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อนก็ทำกำไรได้ (ผลลัพธ์ของความเชื่อนี้คือหมดตัว!!!) ผมหลงด่าพวกนักวิชาการที่พูดฟังยากๆว่า "พวกนี้ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก" มานานเป็นปี แต่พอถึงจุดหนึ่ง (จุดที่ขาดทุนหมดตัว) จึงเข้าใจว่า ถ้าเราอยากจะฟังอะไรที่มันง่ายๆ เราก็จะเข้าใจแต่สิ่งที่มันง่ายๆ และได้เพียงเปลือกของมันเท่านั้น และมันจะเป็นเพียงสิ่งที่เอาไว้ประดับสมอง ไว้โชว์พาวน์ตอนอยู่บนโต๊ะอาหาร เอาไปใช้ประโยชน์อะไรจริงๆจังๆไม่ได้ แต่หากเราอดทนต่อความยากลำบากพัฒนาตัวเอง เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งที่ยาก และซับซ้อน เราจะเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ เอามันมาใช้งานเพื่อเป็นปัจจัยในการดำรงชีพจนถึงสร้างโลกได้ ....

ถ้าคุณอยากรู้ว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทำอะไรเขาจะอธิบายให้คุณฟังเข้าใจง่ายๆได้แน่นอน แต่ถ้าคุณอยากจะทำให้ได้เหมือนเขาคุณต้องทุ่มสรรพกำลังที่มีทั้งหมดเพื่อเรียนรู้ทดลองเรื่องยากๆ เข้าใจยากๆ ...

คำถามคือ คุณอยากสร้างโลกหรือเพียงแค่อยากจะรู้ว่าใครทำอะไรที่ไหน.....

www.advance-elliottwave.com