T/L Method 2 Pitchfork

Warning Line

นอกจากเส้น Parallel Line แล้ว Andrew’s ยังได้เพิ่มเส้นอีกชนิดหนึ่งเข้ามาเขาเรียกมันว่าเส้น Warning Line เส้นนี้สร้างจาก Parallel Line โดยระยะห่างของแต่ละเส้นจะเท่ากับระยะห่างระหว่าง Medial Line ถึง Parallel Line จากนั้นก็ Copy มันออกไปทั้งบนและล่าง ดังรูปตัวอย่างด้านล่างครับ

เส้น Warning Line ที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะเป็นทั้งแนวรับ-แนวต้านในอนาคต เมื่อมันทะลุเส้นหนึ่งไปได้มันจะวิ่งหาอีกเส้นหนึ่ง แต่ถ้ามันไม่สามารถทะลุไปได้มันก็จะเด้งกลับไปหาเส้นเก่าที่มันเพิ่งผ่านมา อย่างเช่นเส้น Warning Line 2 และ Warning Line 3 ราคาเด้งไปเด้งมาอยู่ในกรอบของสองเส้นนี้ และให้สังเกตเส้นอื่นๆว่าหากราคาชนพวกมันเมื่อไรมักจะทะลุไปค่อนข้างยากซึ่งก็คือแนวรับแนวต้านนั่นเอง

วิธีการเข้าซื้อขายเช่น มีสัญญาณ Sell ที่ Break Out เส้น Trigger Line ดังรูปให้เราเข้า Sell หลัง Trigger Line และออกเพื่อเก็บกำไรก่อนถึงเส้น Warning Line 1 และ Sell อีกครั้งเมื่อราคา Break Out เส้น Warning Line 1 และออกเพื่อเก็บกำไรก่อนชนเส้น Warning Line 2 ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ วิธีการนี้หากเล่นสั้นอาจต้องเฝ้ากราฟเพราะไม่สามารถตั้ง TP (Take Profit) ได้ต้องปิดทำกำไรด้วยมือ

วิธีการนี้ใน Order สุดท้ายอาจปิดลบซึ่งเราต้องหาจุดตัดขาดทุน (Cut-loss) วิธีหาจุดตัดขาดทุนก็คือเช่นเรา Sell ครั้งที่สองหลัง Break out เส้น Warning Line 1 หากราคาลงไปได้นิดหน่อยแล้ววิ่งกลับหาเส้น Warning Line 1 จุดตัดขาดทุนก็คือเหนือเส้น Warning Line 1 นั่นเอง (เผื่อระยะพอสมควรตาม Time Frame ที่ใช้) วิธีการนี้ก็ไม่สามารถตั้ง Stop-Loss ได้เช่นกัน นักลงทุนต้องมีเวลาเช็คกราฟบ่อยๆหรือถ้าเล่นสั้นอาจต้องนั่งเฝ้ากราฟ

รูปบนแสดงแนวรับจากเส้น Warning Line ลองนำความรู้เรื่องของ Mini Medial Line เพื่อยืนยันจุดเข้าหลัง Break Out เส้น Parallel Line จากนั้นตั้ง TP ที่ก่อนถึงเส้น Warning Line 1 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการทำกำไรครับ

รูปบนแสดงลักษณะที่ราคาไม่วิ่งกลับลงมาหาเส้น Medial Line อันแสดงถึงแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ถ้าเจอรูปแบบนี้ก็ให้สร้างเส้น Warning Line เพื่อเป็นแนวต้านในการกำหนดจุด Take Profit ได้เลยครับ